Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in Register
This Logo Viewlet registered to qPloneSkinBusiness4 product
You are here: Home ห้องสมุดเด็กเขตเมือง ก้าวใหม่ของห้องสมุดเด็กในโรงเรียน

ก้าวใหม่ของห้องสมุดเด็กในโรงเรียน

โดย ระพีพรรณ พัฒนาเวช กรรมการสมาคมไทสร้างสรรค์

มื่อเอ่ยคำว่า ห้องสมุด เราท่านทั้งหลายนึกภาพเห็นอาคารสี่เหลี่ยม ชั้นเสียบสันหนังสือเรียงรายตั้งวางชิดผนังและขวางกั้นอยู่กลางห้อง โต๊ะ เก้าอี้ บรรณารักษ์ หนังสือเก่าบ้างใหม่บ้าง และป้ายที่ปรากฎเด่นชัดเขียนไว้ว่า กรุณาอย่าส่งเสียงดัง หรือ โปรดเงียบ แต่วันนี้ เราจะไม่คุยถึงบรรยากาศแบบเดิมๆ

เด็กไท จะพาผู้ท่านไปเยี่ยมห้องสมุดเด็ก ๔ แห่งในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น ๔ โรงที่ปรับโฉม พลิกรูปแบบของห้องสมุดแบบเดิมโดยสิ้นเชิงด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของคณะผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น โดยเฉพาะนายกเทศมนตรี นายพีระพล พัฒนพีระเดช ที่ลุกขึ้นประกาศอย่างหาญกล้าว่า จะสร้างสังคมเมืองขอนแก่นให้เป็นสังคมแห่งการอ่านและการเรียนรู้

จึงมิเพียงแต่ประกาศเท่านั้น คณะผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่นได้เดินเครื่องเร็ว ลงมือทำจริง เริ่มจาการชักชวนให้สมาคมไทสร้างสรรค์เข้ามาทำห้องสมุดเด็กสวนดอกคูน และมอบหมายให้บริหารจัดการทั้งระบบ จากนั้นจึงขยับสู่ห้องสมุดเด็กในโรงเรียนสังกัดเทศบาล ๔ แห่ง ซึ่งครั้งนี้สมาคมฯ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงผู้ใกล้ชิด หลังจากจัดการเรื่องการออกแบบก่อสร้าง ๒ แห่งและปรับปรุงอีก ๒ แห่ง จัดการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในหัวใจสำคัญที่จะนำพาห้องสมุดไปสู่จุดหมาย คือ การพัฒนาเด็ก รวมถึงการคัดเลือกหนังสือดีสำหรับห้องสมุดทั้ง ๔ แห่งแล้ว

ห้องสมุดเด็ก แห่งที่พัฒนาต่อเติมจากอาคารเดิม

การปรับปรุงพัฒนาต่อเติมห้องสมุดแห่งใหม่ จากอาคารดั้งเดิมของโรงเรียน ใช้วิธีปรับจากอาคารเดิมที่โรงเรียนมีอยู่ ได้แก่ ห้องสมุดเด็กโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน และห้องสมุดเด็กโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองแวง ซึ่งทั่งสองโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีนักเรียนระดับอนุบาลจนถึงช่วงชั้นที่ ๒ รวมกันไม่เกิน ๔๐๐ คน ลักษณะอาคารห้องสมุดโรงเรียนเดิม เป็นอาคารชั้นเดียว ทรงสี่เหลี่ยมมีประตูเข้า-ออกทางเดียว และมีชั้นหนังสือที่อัดแน่นด้วยหนังสือคู่มือตำราเรียน มีโต๊ะ เก้าอี้วางเรียงอย่างเป็นระเบียบ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มิได้จัดอยู่ในลักษณะของห้องสมุดที่เชิญชวนให้เด็กๆระดับประถมอยากจะเข้ามาใช้ หรือมาอ่านหนังสือ...

ห้องสมุดเด็กในโรงเรียนทั้งสองแห่งนี้ เปลี่ยนแปลงโฉมและรูปแบบไปทันที เมื่อประตูที่มีทางเข้า-ออกทางเดียว ถูกทุบและขยายกลายเป็นทางเข้าที่โอ่โถงและกว้างขวาง หน้าต่างถูกขยายให้กว้างเพื่อรับแสงได้มากเพียงพอ ผนังด้านหลังเปิดโล่งออกสู่ลานระเบียงไม้เล่นระดับที่ร่มรื่นใต้เงาของต้นประดู่กิ่งอ่อน มีเสื่อและหมอนวางระเกะระกะ เด็กๆจึงสามารถเลือกนั่งเอกเขนก นอนเล่น อ่านหนังสือได้ตามสบายโดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยพื้นที่เพียงบนโต๊ะบนเก้าอี้เท่านั้น

ชั้นหนังสือแนวตั้งที่เหมาะสมสำหรับการเสียบหนังสือเพื่อให้เห็นเพียงสันปกเท่านั้น ถูกนำออกไปบางส่วน แล้วแทนที่ด้วยชั้นขนาดสูงไม่เกินเด็กประถมจะเอื้อมหยิบหนังสือถึง และได้รับการออกแบบมาให้สามารถวางหนังสือเรียงรายโชว์หน้าปก คอยท้าทายสายตาและมือเด็ก

หนังสือภาพสำหรับเด็กและวรรณกรรมชั้นดี รวมถึงการ์ตูนความรู้ สารานุกรมสำหรับเด็กเริ่มทยอยเข้ามาสับเปลี่ยนแทนที่หนังสือตำราขนาดหนาและหนัก ที่ถูกลำเลียงไปไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น มุมด้านใดด้านหนึ่ง หรือห้องพักครู เพราะคู่มือและตำราเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คุณครูต้องการใช้มากกว่าเด็กๆ

 

 

ห้องสมุดเด็ก แห่งที่ก่อสร้างใหม่

ในส่วนของห้องสมุดเด็กในโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนทันและโรงเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่ที่ก่อสร้างใหม่ทั้งสองแห่งนี้ ก็เพื่อรองรับนักเรียนจำนวนมาก เช่นโรงเรียนเทศบาลหนองใหญ่ที่มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ รวมนักเรียนกว่าหนึ่งพันคนและโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนทันอีกใกล้ห้าร้อยคน

รูปแบบตัวอาคารของห้องสมุดเด็กในโรงเรียนทั้งสองแห่งนี้ มีลักษณะเป็นอาคารไม้ ยกพื้นสูง มีระเบียงกว้างภายในตัวอาคารใช้สำหรับจัดวางหนังสือ ปูเสื่อ พื้นกระเบื้อง ผนังทึบรอบด้านสูงประมาณ ๘๐ ซม. ส่วนด้านบนติดกระจกใสเพื่อรับแสงแดดอย่างเต็มที่

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ห้องสมุดเด็กในโรงเรียนทั้ง ๔ แห่งนี้ ได้รับการออกแบบโดยใช้ประสบการณ์การทำห้องสมุดเด็กของสมาคมไทสร้างสรรค์มานานเกือบ ๑๐ ปีนี้ เราจะไม่เห็นโต๊ะหรือเกาอี้สำหรับผู้อ่าน ไม่มีการจัดวางชั้นหนังสือเป็นซอกซอย ซึ่งชั้นหนังสือส่วนใหญ่ถูกผลักให้ชิดผนัง เพื่อให้มีพื้นที่ว่างตรงกลางมากพอสำหรับเด็กๆ นอนกลิ้งเล่น และมีประตูทางออกสู่ลานร่มไม้เพื่อให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายในการเอกเขนกอ่านหนังสือ

 

 

ห้องสมุดเด็กโฉมใหม่กับการตื่นตัวของเด็กๆ

ระหว่างการก่อสร้างและการปรับปรุงห้องสมุดเด็กในโรงเรียนทั้ง ๔ แห่งนี้ คณะครูและผู้บริหารโรงเรียนก็ได้ใช้เวลาในหลายช่วงเพื่อทำความเข้าใจในกระบวนการจัดการห้องสมุดเด็ก โดยสมาคมไทสร้างสรรค์ได้จัดให้มีการอบรมสัมมนาเชิงปฎิบัติการหลายต่อหลายครั้ง ทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ รวมไปถึงเชิญคณะผู้ริหารโรงเรียนเดินทางมาร่วมศึกษาและปะทะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการจัดการห้องสมุดที่ีอยู่หลายรูปแบบ เพื่อนำแนวคิดกลับมาศึกษาร่วมกัน และหาวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองต่อไป

พร้อมๆ กับการอบรมสัมนาเชิงปฎิบัติการ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในด้านการจัดหาหนังสือจากสมาคมไทสร้างสรรค์ ก็เริ่มดำเนินการคัดเลือกหนังสือที่ต้องการใช้ในห้องสมุด จัดการคัดแยกและทำทะเบียนหนังสือร่วมกับคุณครูในแต่ละโรงเรียน ก่อนทยอยนำหนังสือขึ้นชั้น

ห้องสมุดเด็กในโรงเรียนทยอยเปิดให้บริการแก่เด็กนักเรียนตามกันมาทีละโรงๆ เด็กนักเรียนพากันตื่นเต้นกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของห้องสมุด หลายคนตื่นเต้นกับหนังสือใหม่ที่ถูกใจตัวเอง

นักเรียนในโรงเรียนเริ่มสมัครเป็นสมาชิกของห้องสมุดเพื่อมีสิทธิขอยืมหนังสือกลับบ้านได้ หรือหากใครไม่อยากสมัครเป็นสมาชิก (ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มี) ก็สามารถเข้ามาอ่านหนังสือได้ในเวลาพัก หรือเวลาเลิกเรียน แม้แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ห้องสมุดเด็กหนองใหญ่และห้องสมุดเด็กโนนทัน ก็เปิดให้บริการด้วย ดังนั้นในวันหยุดที่เด็กๆแทบไม่คิดจะย่างกรายเข้ามาในรั่วโรงเรียนเช่นในอดีตหรือไม่เคยมีโอกาสเพราะรั่วโรงเรียนปิดสนิท บัดนี้ รั่วโรงเรียนเปิดต้อนรับเด็กๆ และผู้ปกครองรวมถึงทุกคนในชุมชนให้สามารถเข้ามาใช้ห้องสมุดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่รู้สึกแปลกแยกหรือรู้สึกเป็นผู้บุกรุก-จากป้าย “สถานที่ราชการห้ามเข้า”

ในการเปิดห้องสมุดเด็กในโรงเรียนออกสู่ชุมชนเช่นนี้ เป็นปรากฎการณ์ที่แปลกใหม่ ชาวบ้านยังไม่คุ้นเคยกับการเดินเข้า-ออกสถานที่ราชการอย่างสะดวกมาก่อน จึงทำให้ผู้มาใช้ห้องสมุดบางตา อย่างไรก็ตามทั้งคุณครูและผู้บริหารเอง ก็มีความเข้าใจเช่นกันว่า การจะร่วมกันสร้างสังคมแห่งการอ่านและการเรียนรู้นี้ มิใช่จะสามารถสร้างกันได้ภายในเวลาหนึ่งวัน สองวัน หรือแม้แต่เป็นเดือน เป็นปี แต่แท้จริงแล้ว อาจจะต้องรอเวลากันถึงห้าปีหรือสิบปีทีเดียว

แต่ในช่วงของการเปิดเรียนเด็กนักเรียนใน ๔ โรงเรียนที่มีห้องสมุดในรูปแบบใหม่นี้ ต่างรู้สึกสบายๆ กับการเข้ามาใช้ห้องสมุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวันและเวลาหลังเลิกเรียน นักเรียนจะเข้ามาใช้ห้องสมุดกันมากและคึกคักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ผู้เขียนมาถึงห้องสมุดเด็กหนองใหญ่ในเวลาเที่ยงพอดี จึงได้เห็นเด็กนักเรียนมาเฝ้ารอตั้งแต่คุณครูยังไม่เปิดห้องสมุด เด็กๆ หลายคนถือหนังสือที่ยืมไปเมื่อวาน เตรียมกลับมาคืนห้องสมุดเพื่อว่าจะได้ยืมหนังสือเล่มอื่นต่อไป เมื่อประตูห้องสมุดเปิดออก เด็กๆ จำนวนมากเดินเข้าออกกันเงียบๆ จับกลุ่มกันอ่านหนังสือบางคนแยกไปอ่านคนเดียว หลายคนอ่านเล่มเดียวกันอย่างสนุกสนาน บางคนคว้าหนังสือได้ก็เลี่ยงออกมาที่ระเบียงไม้กินขนมไป อ่านหนังสือไป นักเรียนหลายคนกำลังสอบถามคุณครูถึงหนังสือที่ตนสนใจ ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้คุณครูบอก เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากที่มีห้องสมุดที่มีบรรยากาศสบายๆ และมีหนังสือที่ถูกใจเด็กๆ เช่นนี้

 

ปีของห้องสมุดเด็กกับ ผุ้อำนวยการโรงเรียน

ผู้ที่มีความสำคัญยิ่งในการส่งเสริมและผลักดันห้องสมุดเด็กในโรงเรียนทั้ง ๔ แห่งให้เปิดออกสู่ชุมชน ส่งเสริมให้มีกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กอย่างสนุกสนาน ให้คุณครูได้ทำงานเต็มศักยภาพคอยเป็นกำลังใจแก่คนทำงาน ช่วยให้มีหนังสือที่ดี ฯลฯ คือ ผู้อำนวยการของโรงเรียนทั้ง ๔ แห่งนี้เอง

อาจารย์สมศักดิ์ วิไลแก้ว ผุ้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนท่านแรกในโครงการปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดเด็กในโรงเรียนที่เริ่มต้นอ่านหนังสือให้เด็กนักเรียนฟังด้วยตนเอง และพบว่าสิ่งที่ท่านเคยคิดว่าชาวสมาคมไทสร้างสรรค์พูด เกินจริง นั้น

มาจนถึงบัดนี้ ท่านขอเปลี่ยนความคิดเพราะจากบรรทัดนี้ เรามาฟังจากประสบการณ์จากท่านเอง

หลังจากที่พวกเรา คือโรงเรียนกับไทสร้างสรรค์ได้ร่วมกันทำงาน ผมได้รับหนังสือเด็กเล่มหนึ่งชื่อ อูฐออม เป็นหนังสือที่มีติดว่าได้รับรางวัล เปิดพลิกๆดูก็ไม่เข้าใจว่า หนังสือ เล่มนี้ได้รางวัลมาได้ยังไงจึงวางเอาไว้เฉยๆ แต่พอวันหนึ่งคิดว่า จะลองอ่านหนังสือให้เด็กฟังดูสิ เลยลองหยิบเล่มอูฐออมกับอีกเรื่องคือ อิเล้งเค้งโค้งมาอ่านให้เด็กๆฟัง ปรากฏว่าเด็กๆ เขาฟังอย่างตั้งใจ มองตาเขานี่เรารู้เลยว่า เขาสนุก ท่าทางเขาสนใจมาก เราก็เกิดความมั่นใจ รู้ได้ถึงพลังของหนังสือจริง ก็ดูสิ อย่างเรื่อง อูฐออม เนี่ย ตัวหนังสือก็มีนิดเดียว รุปก็ไม่สวยในสายตาของเราเส้นหยิกๆ ยักๆ ดูไม่เห็นเป็นรูปเป็นทรง แต่เด็กกลับสนุก เออ..อันนี้ชักน่าสนใจ

 

เมื่ออาจารย์สมศักดิ์ เริ่มมองเห็นพลังของหนังสือภาพสำหรับเด็ก ก็ยิ่งอ่านหนังสือให้เด็กฟังอย่างสนุกมากขึ้น รู้สึกใกล้ชิดกับเด็กมากขึ้น ขณะที่เด็กๆ เองก็กล้าที่จะเข้าใกล้คุณครูผอ. ของพวกเขามากขึ้น

ผมเป็นครูมาตั้งนาน ก็เพิ่งเริ่มจะรู้ สมัยก่อนไม่เคยมีการสอน ไม่มีใครมาบอกกับเราในเรื่องแบบนี้...มีอยู่วันหนึ่งผมให้เพื่อนครูที่โรงเรียนในอำเภอสีชมพูจังหวัดขอนแก่นนี่ละ ช่วยทำงานเอกสารการเรียนให้ พอเขาช่วยเสร็จ เราไม่รู้จะตอบแทนอะไรเขา จึงให้หนังสือภาพเขาไป เล่ม และบอกว่าให้เขาอ่านให้เด็กนักเรียนฟัง ผมสาธิตให้เขาดูด้วย ผมอ่านเรื่องอีเล้งเค้งโค้งให้เด็กฟัง พอกลับมา วันรุ่งขึ้นเพื่อนคนเดิมโทรมาบอกว่าเด็กๆ ถามหาลุงคนที่อ่านหนังสือให้ฟังว่าเมื่อไรจะมาอีก ผมได้ทีเลยบอกเพื่อนไปว่า ลองอ่านให้เด็กฟังดูสิ แล้วเด็กๆ จะพูดตาม จะท่องตาม เด็กๆจำเรื่องได้ รุ่งขึ้นเพื่อนโทรมาอีกว่า อาจารย์รู้ได้ยังไงว่า เด็กจะทำแบบนั้น (หัวเราะ)”

การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เป็นกิจกรรมที่แสนเรียบง่าย แต่ทว่าทรงพลังอย่างยิ่ง หากใครไม่ได้ลองอ่านก็จะไม่มีโอกาสได้พบ ได้สัมผัสกับพลังอันน่ามหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ของเด็ก และพลังของหนังสือภาพสำหรับเด็ก ดังเช่นอาจารย์ทวีศักดิ์ พรหมรัตน์ แห่งโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนทัน ผู้อำนวยการที่ลงแรงอ่านหนังสือภาพให้เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลฟังเพราะทนรบเร้าจากทีมงานไม่ไหว

อาจารย์ทวีศักดิ์ เล่าถึงปฎิกริยาของเด็กเล็กๆ หลังจากวันที่ได้ฟังนิทานจากผอ. ว่า

วันนั้น มีเด็กนักเรียนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ผู้ปกครองผ่านผมไป แล้วโบกมือบ๊าย..บาย ปกติไม่เคยมีนะที่เด็กจะโบกให้ผมแบบนี้นี่ ผมแปลกใจ แต่ก็คิดว่า อืม เพราะว่าเราไปอ่านหนังสือเขาฟังนี่เองหรืออย่างเมื่อวันก่อน ผมนอนเล่นบนเตียงผ้าใบอยู่ตรงนี้ (ระเบียงห้องสมุด) เด็กๆ เดินเข้ามา ผมก็แกล้งพูดขึ้นลอยๆ ว่า เลขเก้า... เด็กๆเขาต่อเองเลยนะว่า เลขเก้านอนหลับ เขาจำมาจากหนังสือเรื่อง ตัวเลขทำอะไร ที่ผมอ่านให้เขาฟังนั่นแหละ เออ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเด็กเขาจะจดจำได้ถึงขนาดนี้

เมื่อผู้บริหารของโรงเรียนให้ความสำคัญต่อการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง และการพัฒนาพื้นที่ห้องสมุดกันขนาดนีี้ แล้วคุณครูทีมงานจะเพิกเฉยอย่างไรได้ เราจึงได้เห็นการทำงานของบรรดาคุณครู ทีมทำงานห้องสมุดทั้ง ๔ แห่งว่าขะมักเขม้น เข้มแข็งเพียงใด

 

ที่ห้องสมุดเด็กโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองแวง เปิดเวลาช่วงเช้าของทุกวันพฤหัสให้เป็นช่วงเวลาของ ความสุขแห่งการอ่าน

ทุกเช้าวันพฤหัส เราจัดให้เป็นวันพิเศษสำหรับเด็ก คือให้เขามาเล่น มาอ่านกันที่ห้องสมุดตั้งแต่เช้า พอถึงเวลาเคารพธงชาติก็เคารพธงชาติตรงนี้ โดยไม่มีการอบรมหน้าเสาธงแต่เปลี่ยนเป็นกิจกรรมเล่านิทาน อ่านหนังสือให้เด็กฟังแทน เด็กๆชอบกันมาก

อาจารย์สมบัติ สุวงศ์จันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเล่าอย่างใจดีและมีความสุข พร้อมกับเสริมต่อถึงความสำคัญของการจัดวางพื้นที่ของห้องสมุดว่า

เดี๋ยวนี้ ที่ห้องสมุดนี่กลายเป็นสถานที่พักผ่อนของครูไปแล้ว กลางวันก็มานั่งกินข้าวที่ระเบียงนี้ บรรยากาศดี ทุกคนดูมีความสุขใครผ่านไปผ่านมายังนึกว่า ที่โรงเรียนเราเปิดร้านกาแฟสวยๆ ด้วย ผมบอก เปล่านี่เป็นห้องสมุดเด็กของโรงเรียน

 

การจัดการพื้นที่ห้องสมุดอย่างสร้างสรรค์ทำให้เกิดบรรยากาศของการอ่านที่คึกคัก เด็กๆเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัดเจน จนกระทั่งเข้าสู่สายตาและการรับรู้ของผุ้ใหญ่ในชุมชน

วันหนึ่งมีผู้ใหญ่ในชุมชนท่านเห็นห้องสมุดก็สนใจ และชอบสิ่งที่เราทำ ท่านได้บริจาคเงินมาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการอ่านของเด็ก เราก็นำเงินมาเป็นกองทุนไว้สนับสนุนการศึกษา และมอบเป็นรางวัลแก่นักเรียนที่อ่านหนังสือมาก เพื่อให้เป็นไปตามเจตนาของท่าน นับว่าเป็นความภูมิใจและตรงกับเป้าประสงค์ในการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในห้องสมุด

 

เป้าหมายต่อไปของห้องสมุดเด็กในโรงเรียนบ้านหนองแวง คือการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้กำลังเริ่มมองหากลุ่มผู้ปกครองที่สามารถเป็นอาสาสมัครมาร่วมงานในห้องสมุด

แต่ในเวลาเดียวกันนี้ที่ห้องสมุดเด็กในโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่ ได้เปิดให้บริการแก่ชุมชนไปแล้ว โดยเปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย ซึ่งอาจารย์จุมพล สวัสดิผล ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เล่าถึงการเปิดห้องสมุดโรงเรียนออกสู่ชุมชนว่า

เปิดบริการวันแรกก็ไม่ค่อยมีผู้ปกครองหรอกครับ แต่เรารู้ดีว่า ต้องใช้เวลา เราจะไปกะเกณฑ์ผู้ปกครองมาเป็นร้อยๆ คนก็ทำได้ในวันแรก แต่เราไม่ได้ต้องการแบบนั้น คือ เขาจะต้องมาด้วยใจจริงๆ

การสัมภาษณ์พูดคุยกับอาจารย์จุมพลในช่วงพักเที่ยง ซึ่งเป็นเวลาที่ห้องสมุดมีลูกค้าหนาแน่นมาก ดูสิ ตัวเล็กตัวน้อยมาอ่านหนังสือกัน น่าปลื้มใจจริงๆ เมื่อก่อนตอนเป็นห้องสมุดแบบเดิม ไม่เห็นแบบนี้หรอกครับห้องสมุดงี้เงียบกริบ เพราะไม่มีเด็กมา ผมก็เพิ่งเข้าใจถ่องแท้เมื่อเห็นเด็กๆ มาสนใจอ่านหนังสือกันนี่ละว่า ทำไมเมื่อก่อน ไทสร้างสรรค์ต้องเจาะจงว่า ต้องคัดเลือกหนังสือ ต้องอบรมครู ทำไมต้องออกแบบให้เป็นอย่างงั้นอย่างงี้ พอมาเห็นเด็กๆ เข้าห้องสมุดก็ อ้อ! มันเป็นอย่างงี้นี่เอง