Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in Register
This Logo Viewlet registered to qPloneSkinBusiness4 product
You are here: Home ห้องสมุดเด็กเขตเมือง โครงการสร้างสังคมแห่งการอ่าน

โครงการสร้างสังคมแห่งการอ่าน

ปาฐกถาโดย นายพีระพล พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรี นครขอนแก่น ในการสัมมนาโครงการฯ พ.ศ ๒๕๕๑
โครงการสร้างสังคมแห่งการอ่าน

นายพีระพล พัฒนพีระเดช

 pro25050352p1.jpgห้องสมุดเด็กสวนดอกคูน เบื้องต้นลงทุนก่อสร้างห้าหกแสนบาททำไปทำมาขยายมากขึ้น เทศบาลอุดหนุนงบประมาณจัดซื้อหนังสือที่ดีที่สุดของโลก บริหารจัดการโดยสมาคมไทสร้างสรรค์ ด้วยเจ้าหน้าที่จำนวน ๓-๔ คน จัดกิจกรรมเล่านิทานอ่านหนังสือและกิจกรรมกระตุ้นการอ่านสำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดเทศบาลทุกวันจันทร์ – ศุกร์ และจัดกิจกรรมกระตุ้นการอ่านให้กับสมาชิกในครอบครัวทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ แต่ละปีจ่ายค่าบริหารรจัดการประมาณ ๑ ล้านบาท ลงทุนครั้งแรกเพียง ๑ ล้าน มีคนใช้บริการประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน แบ่งเป็น ๒๐,๐๐๐ คนเป็นนักเรียนในโรงเรียนสังกัดเทศบาลฯ หมุนเวียนกันไปใช้บริการ ส่วนอีก ๓๐,๐๐๐ คน เป็นบุคคลทั่วไปที่สนใจและสมัครเป็นสมาชิกห้องสมุด ยืมหนังสือออกไปอ่านประมาณปีละ ๒๘,๐๐๐ เล่ม 

หลักคิดการทำห้องสมุดสำหรับเด็ก

ในอดีตห้องสมุดถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร เรามักตอบว่า ต้องการให้คนเข้ามาค้นคว้าความรู้ในห้องสมุด ,ต้องการมาพักผ่อน ในอดีตบทบาทของบรรณารักษ์เป็นผู้ดูแลห้องสมุด รักษากฎระเบียบของห้องสมุดอย่างเคร่งครัด คนที่มาเข้าห้องสมุดห้ามส่งเสียงดัง ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ห้ามกินขนมและห้ามคุยกันในห้องสมุด

ตอนเป็นนักเรียนผมจึงเข้าห้องสมุดอยู่ ๒ ครั้ง โดยครั้งแรกไปเพื่อสร้างความทรงจำ ครั้งที่สองไปเพื่อตอกย้ำว่าจะไม่เข้าไปอีกแล้วถ้าไม่จำเป็นหรือโดนบังคับก็จะให้คนอื่นเข้าแทน ซึ่งภาพของห้องสมุดอย่างที่พูดมามันไม่ตอบสนองต่อความเป็นจริงในสังคม ในปีหนึ่งๆ เด็กนักเรียนของเราไปเข้าห้องสมุดของโรงเรียนกี่ครั้ง เพื่อที่จะบอกว่าไปหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ อาจจะมีจำนวนเท่ากับศูนย์หรือไม่ถ้าไม่โดนบังคับให้เข้าห้องสมุด ถ้าถามผมว่าตั้งแต่รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีฯเคยเข้าไปดูห้องสมุดโรงเรียนในสังกัดเทศบาลหรือไม่ เคยครับ ผมเคยเห็นหนังสือที่มีอยู่บนชั้นซึ่งก็ล้วนแต่เป็นหนังสือท่ีไม่น่าสนใจ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่ได้รับบริจาคมา หนังสือบริจาคหลายเล่มที่เป็นหนังสือดีแต่มีจำนวนน้อย หนังสือบนชั้นหนังสือส่วนใหญ่น่าจะมีฝุ่นมาจับจำนวนมากเพราะไม่มีใครหยิบหนังสือเหล่านั้นขึ้นมาอ่าน ซึ่งเป็นธรรมดาที่ไม่ว่าเด็กคนใดก็ไม่อยากอ่านหนังสือที่เขาทิ้งแล้วหรือบริจาคมา ยกเว้นหนังสือที่มีคุณค่าจริงๆ แต่มีอยู่น้อยมาก เราก็จะได้หนังสือเศษๆมาโชว์บนชั้น

บนความรู้สึกนี้ก็บังเอิญว่าสมาคมไทสร้างสรรค์ที่มี คุณธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ ซึ่งทำงานด้านการศึกษา อดีตเคยเข้าไปทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการในหลายปีที่ผ่านมาเคยพยายามเข้าไปจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็ก โดยเชื่อว่าการศึกษาจะมีคุณประโยชน์และช่วยให้เด็กเกิดการพัฒนา พยายามเข้าไปผลักดันนโยบายในระดับประเทศ แต่ทำงานได้ระดับหนึ่งคุณธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์คงเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของปลอม มองเห็นว่าผู้บริหารเหล่านั้นทำได้เพียงการกำหนดนโยบาย ซึ่งถือว่าเป็นของปลอมเพราะเขาเหล่านั้นมองไม่เห็นถึงความเป็นจริงของชีวิต มือจับต้องเด็กไม่เจอ ตามองไม่เห็นเด็ก ตัวไม่สามารถเดินเข้าไปกอดเด็กได้ คุณธีรวงศ์ จึงทิ้งสิ่งเหล่านี้ไป แล้วเดินออกมาตั้งสมาคมไทสร้างสรรค์ แล้วเอาสมาคมฯมาเดินเรื่องของการกระตุ้นให้เด็กสนใจการอ่านโดยผ่านกระบวนการห้องสมุด

copy_of_DSCF4016.jpgเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วตอนที่ผมเป็นเทศมนตรีซึ่งเป็นช่วงที่คุณธีรวงศ์์เดินเข้ามาหาเทศบาล แล้วบอกว่าสมาคมฯมีงบประมาณอยู่ส่วนหนึ่ง อยากทำห้องสมุดเพื่อเป็นห้องสมุดที่ต้องการใช้ศาสตร์ดังที่กล่าวมา (กินขนมได้ นั่งคุยกันได้ พ่อแม่นั่งอ่านนิทานให้ลูกฟัง ส่งเสียงดังได้) ผมเสนอพื้นที่เจ้าแม่สองนางให้ สมัยนั้นพื้นที่เจ้าแม่สองนางรกมาก คุณธีรวงศ์รับเรื่องไปแล้วก็หายไป ทราบข้อมูลอีกครั้งว่าไปสร้างอาณาจักรเล็กๆที่บริเวณบึงทุ่งสร้าง มีสมาชิกห้องสมุดจำนวนหนึ่ง ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีวาระที่ ๒ เริ่มรู้สึกว่ามั่นคงแล้ว จึงได้ส่งฑูตไปเจรจากับคุณธีรวงศ์ว่า เทศบาลนครขอนแก่นพร้อมแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ (ตอนที่คุณธีรวงศ์มาเสนอโครงการ) ผมยังไม่แน่ใจในท่าทีของคุณธีรวงศ์ ว่าจะมั่นคงพอกับการทำงานร่วมกับเทศบาลหรือไม่ ณ วันนั้นมีความพร้อมแล้วที่จะใช้งบประมาณของราชการที่เป็นของประชาชนมาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็ก

โดยให้สมาคมไทสร้างสรรค์เป็นผู้ขับเคลื่อน จึงเป็นที่มาของห้องสมุดเด็กสวนดอกคูน ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเพราะห้องสมุดตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนในเขตเทศบาล โดยห้องสมุดแห่งนี้ได้ตอบสนองภาพที่คุณธีรวงศ์พูดถึงและคุณครูเห็น คือ สมาชิกตีลังกานอนอ่านหนังสือได้ วิ่งไปวิ่งมาได้ แต่งกายสบายๆเหมือนไปช้อปปิ้งได้ ส่งเสียงดังได้ แล้วเราก็เห็นว่าในวันเสาร์ - อาทิตย์พ่อแม่จับกลุ่มกันอ่านหนังสือและลูกนั่งฟังนิทาน ในระยะต่อมาได้ตกลงยุทธศาสตร์ใหม่ว่า ให้นำห้องสมุดลักษณะนี้ไปลงในโรงเรีนนได้ไหม ถึงแม้จะยากขนาดไหนก็ตาม แต่โมเดลนี้จะสามารถทำให้เกิดการหยั่งรากลึกลงไปในการพัฒนาบ้านเมืองในอนาคตได้เป็นอย่างดี โดยการเปิดห้องสมุดที่โรงเรียน และไม่เอาพนักงานหรือบุคลากรของสมาคมไทสร้างสรรค์เป็นผู้บริหารจัดการ แต่เน้นการใช้พนักงานและบุคลากรเท่าที่มีอยู่ในระบบราชการ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่จบสาขาบรรณารักษ์เท่านั้นที่มาทำงานห้องสมุดแต่สามารถรับสมัครจากคนที่มีใจรักและสมัครใจ มาทำงานเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุดเด็กยุคใหม่ได้ แต่ห้ามเลือกจากคนนอก เพราะผมไม่ยอมรับให้คุณธีรวงศ์ทำงานเยอะเกินขนาดแล้วควบคุมคุณภาพไม่ได้

ในขณะเดียวกันผมก็ต้องการให้คุณธีรวงศ์เป็นนักนิเทศน์งานเพื่อช่วยเพิ่มเติมส่วนต่างๆ ให้เกิดห้องสมุดที่มีลักษณะเดียวกับห้องสมุดเด็กสวนดอกคูนขึ้นเหมือนดอกเห็ดอีก ๑๐ กว่าแห่ง ในเมืองขอนแก่นอย่างมีประสิทธิภาพ จึงตกลงเบื้องต้นว่าให้ทำห้องสมุดเด็กในโรงเรียนจำนวน ๔ แห่งก่อน ไม่อยากให้ทำเยอะ เพราะโดยธรรมชาติของระบบราชการต้องดำเนินงานไปตามขั้นตอน แต่ในภาพของเอ็นจีโอ(องค์กรพัฒนาเอกชน) สามารถคิดงานได้อย่างอิสระ ไม่ติดกรอบขั้นตอนใดๆ โดยให้คุณธีรวงศ์ เป็นคนไปดูว่าโรงเรียน ๙ แห่ง(ตัดโรงเรียนอนุบาลสวนสนุกและวัดกลางออกไปเพราะมีนักเรียนและบุคลากรจำนวนมาก การขับเคลื่อนอาจจะทำได้ยากกว่า) ที่อยู่ในสังกัดเทศบาลมีโรงเรียนใดบ้าง ที่ผู้บริหารให้ความสนใจและความพร้อมของสภาพพื้นที่ของโรงเรียนที่จะพัฒนาเรื่องห้องสมุด แล้วให้เลือกมาจำนวน ๔ โรง เทศบาลฯตั้งงบให้ไปสร้างห้องสมุดใหม่ในโรงเรียน แล้วคัดเลือกครูบรรณารักษ์ พาไปดูงาน,ฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เพื่อพัฒนาไปสู่การจัดการห้องสมุดในโรงเรียนให้มีภาพเช่นเดียวกับห้องสมุดเด็กสวนดอกคูน

DSCF2477.jpgถามว่าการอบรมวันนี้อยู่ในส่วนใดของกระบวนการ(โครงการสร้างสังคมแห่งการอ่าน) ความสำเร็จเหล่านี้จะขับเคลื่อนเพียงแค่ครูบรรณารักษ์ ๑ หรือ ๒ คนบริหารจัดการเท่านั้นไม่ได้ ถ้าครูทุกคนในโรงเรียนไม่รู้จักและไม่เข้าใจ หรือไม่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการใช้หนังสือและห้องสมุดเป็นฐานเพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ในวิชาอื่น มันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ทุกคนเกิดความเข้าใจ หลังจากวันนี้ไปอาจจะมีครูเพียง ๒๐ คนจาก ๑๐๐ คนเข้าใจและดำเนินงานต่อไปได้ก็ไม่ว่ากัน แต่อย่างน้อยจะต้องบอกกับทุกคนว่าเราทำอะไรอยู่ หากใครต้องการใช้วิธีการแบบเดิมกับการเรียนรู้แบบเดิมๆก็ตามอัธยาศัย แต่หากใครคิดว่าวิธีการเช่นนี้น่าสนใจ น่าจะเป็นประโยชน์และเป็นเครื่องมือที่ดีในการจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กได้ ก็กรุณานำไปใช้ จำวันที่อยู่โรงแรมโซฟิเทลได้ไหมครับ ผมพยายามอธิบายเรื่อง”ต้นไม้แห่งการศึกษา “ ที่เราเรียกว่า”การศึกษาทั้งระบบ” ผมพยายามนั่งนึกว่ามันเป็นต้นไม้ต้นใหญ่ขนาดไหน อย่างไร ถึงแม้มันจะไม่ได้ข้อมูลทั้งระบบก็ตาม การศึกษาในโรงเรียนก็เหมือนเป็นใบไม้เพียงหนึ่งกำมือของต้นไม้ทั้งต้น ในความเป็นจริงการศึกษานอกระบบมันมีเยอะกว่านั้น

การศึกษานอกระบบคือการศึกษาที่อยู่นอกรั้วโรงเรียนซึ่งมีการเรียนการสอนที่มีระบบอื่นมาสอดแทรกทั้งในเรื่องของเวลาซึ่งมีมากกว่า เวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียนมีน้อยกว่าเวลาที่อยู่นอกโรงเรียน ถ้าหมดเวลาไปกับตู้เกมมากกว่า แสดงว่าตู้เกมมีอิทธิพลต่ออนาคตในชีวิตของเขา สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามอธิบายให้เห็นภาพ ในความเป็นจริงมันมีพุ่มไม้ใหญ่ๆพุ่มหนึ่งที่มันอยู่เหนือยอดสุดเลย เราเรียกมันว่า “การศึกษาตามอัธยาศัย” ซึ่งไม่มีมิติเรื่องเวลา ตั้งอยู่ตรงนี้ไม่รู้ว่าอยู่ในระบบหรือนอกระบบ

กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ ขณะที่ผมกำลังพูดอยู่นี้บางคนก็”ปิดปุ๊บ” ก็แปลว่าไม่เรียน บางคนก็”เปิดปุ๊ป” ก็แปลว่าเรียน หากมารับฟังเพราะถูกสั่งก็เรียกว่าการเรียนในระบบ หากใครฟังแล้วคิดต่อยอดออกไปได้ก็แสดงว่าเป็นการเรียนรู้นอกระบบ ซึ่งมันเกี่ยวกับหัวใจและสมองที่เอาไว้คิด อะไรบ้างที่เป็นเครื่องมือในการศึกษาตามอัธยาศัย ถ้าปราศจากการพัฒนาเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ คือ การฟัง การฟังมีหลายอย่าง หูฟังเป็นโจร ฟังแล้วโกรธ, หูสร้างสรรค์ รู้จักกรองกาก ฟังเป็น ฟังในสิ่งที่สำคัญและจำเป็น แล้วนำมาพัฒนาเป็นความรู้ของตนเอง, ตามองและสมองคิดเป็น ถ้าถามว่าเครื่องแสวงหาความรู้เหล่านี้ดี เวลาแค่หกชั่วโมงและหนังสือแค่บางเล่มนำไปเรียนแล้วบอกว่านี่คือหนังสือคณิตศาสตร์ นี่คือวิชาสังคม มันเป็นของจริงไหมครับ

แม้แต่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ภารกิจของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (คือ การดำเนินการศึกษา ค้นคว้า วิจัยทางวิชาการด้านมานุษยวิทยา และการให้บริการทางวิชาการ ในด้านการบริหารกิจการ ศูนย์ฯ อยู่ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีคณะกรรมการบริหารเป็นองค์กรบริหารสูงสุด ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย) อาคารตึกสามชั้นที่ผมไปดูงานแล้วบอกว่ามันต่อยอดระดับลึกถึงกระดูก มันก็ไม่เห็นไขกระดูกอยู่ดี เพราะมันก็ทำได้เพียงกายภาพ อธิบายเพียงแค่ลงลึกเรื่องทางกายภาพ แต่พอเข้าไปถึงเรื่องไขกระดูก คือ เรื่องจิตใจ มันไปไม่ถึงแล้ว เครื่องมือที่จะทำได้คือต้องแสวงหาความรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย ไม่มีมิติเวลาสถานที่มากำหนด ตรงไหนก็สามารถเรียนรู้ได้หมด การพัฒนาห้องสมุดโดยสร้างสังคมแห่งการอ่านจึงเป็นรากฐานอันสำคัญในการ “ทำเป็น คิดเป็น ดูเป็น” หนังสือภาพเรื่องกระดุ๊กกระดิ๊กกระด๊อกกระแด๊ก ผมได้ฟังครั้งแรกเมื่อครั้งเข้ารับการอบรมผู้นำในโรงเรียนของมหาจำลอง โดยมีน้องจากชมรมกระดานหกเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังพร้อมทำท่าทางประกอบ ยายเช้าหาวปากกว้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่สอนเกี่ยวกับมารยาทของการหาวและการแก้ปัญหาที่จะเอาตั๊กแตนออกมาจากท้องของยายเช้า มันจะมีวิธีการใดที่จะสอนเรื่องราวเหล่านี้ได้สนุกเท่ากับการฟังนิทาน แล้วเด็กทำตามด้วยความเต็มใจ การสอนให้เด็กรู้จักของร้อน เย็น สอนโดยการนำน้ำอุ่นน้ำเย็นไปให้สัมผัสซึ่งเป็นทางกายภาพ แต่ทางจิตใจ และความผูกพันห่วงใยและอาทร เราจะสอนเด็กอย่างไรจึงจะเข้าใจ แต่ถ้าหากบอกว่าเหมือนยายเช้า เด็กก็จะร้องอ๋อแล้วเข้าใจได้ทันที

การพัฒนาให้เกิดการต่อยอดเพื่อทำให้เกิดปัญญาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ต้องการแค่ความรู้ ความจำ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์หน่วยความจำหรือหน่วยสังเคราะห์ความรู้คือ RAM ถ้าจะดูว่าเครื่องคอมเครื่องใดฉลาดหรือไม่ฉลาด เราจะดูตรงหน่วยสังเคราะห์ความรู้ คือ ความเร็ว ความสามารถในการสังเคราะห์ความรู้ ทำไมเราจึงเลือกที่จะค้นหาข้อมูลด้วยระบบกูเกิ้ล(Google) กูเกิ้ลไม่ได้เก็บข้อมูลเยอะสุด แต่กูเกิ้ลมีระบบการสรรหาข้อมูลมาส่งเราเร็วที่สุด ระบบความรู้กับปัญญาต่างกันตรงนี้คือ “ความรู้เป็นของแห้ง แต่ถูกสังเคราะห์ด้วยตาด้วยหูแล้วปิ๊งกลายเป็นปัญญา” ถ้าเครื่องมือเหล่านี้ไม่ถูกพัฒนาความรู้ก็แห้ง ในความเป็นจริงเรื่องของการปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำให้เกิดความรักที่ดีต่อกัน ไม่ได้เกี่ยวกับความโง่ความฉลาด บางทีครอบครัวที่อบอุ่นที่สุดก็จัดการศึกษาได้แย่ที่สุด แต่เรามักพูดว่าเด็กกำพร้าหรือเด็กที่พ่อแม่ไม่สนับสนุนทางการศึกษา ทำให้เด็กเหล่านี้มีการศึกษาที่ไม่ดี ผมเชื่อเรื่องนี้แค่ครึ่งเดียว เพราะความจริงมีลูกเศรษฐีในตลาดจำนวนมากที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องการศึกษา วันๆอยู่ด้วยกันก็จริงแต่ไม่เคยคุยกันเลย คุยกันทีไรเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลก็มี อย่างนี้เรียกว่ากำพร้าหรือไม่ ครอบครัวแตกแยกหรือไม่ ได้รับการสนับสนุนทางการศึกษาหรือไม่ หนักกว่าครับเพราะเมื่อเด็กมีตังค์ในกระเป๋าเด็กจึงมีทางไป เค้าก็ไปในที่ที่ชอบ เช่น ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเกม เพราะฉะนั้นครูจะไปกอดเขาเอาไว้เฉพาะในรั้วโรงเรียนไม่ได้ ในที่สุดเมื่อเราได้สร้างเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ให้กับเด็กแล้วเด็กจะไปเผชิญกับโลกภายนอกอย่างมีสติ

นายพีระพล พัฒนพีระเดช ซึ่งผมมองว่าครูมีคุณค่าและมีความสำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก ดังนั้นไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบอาชีพครูก็ตามแต่คุณเป็นอยู่แล้ว อาชีพนี้ได้รับการโค้งคำนับจากนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น, จากอาชีพทุกอาชีพเพื่อยกย่องเชิดชู ตามชนบทมีอาชีพอยู่เพียงสองอาชีพที่คนให้ความเคารพและเชื่อถือ คือ อาชีพหมอ กับอาชีพครู คนเคารพนับถือมากกว่านักการเมือง ถึงแม้นักการเมืองคนนั้นจะเป็นนักการเมืองที่ทุ่มเทก็ตาม ก็ยังได้รับการยกย่องเชิดชูน้อยกว่าเพราะมีวาระในการทำงาน เขามาแล้วสักวันก็จะหายไป “ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาปสูญ ไม่มีอำนาจใดล้ำเลิศน่าเทิดทูน ประชาชนต่างสิ้นสูญทุกคราวไป” ในที่สุดนักการเมืองก็จะหายไป มาเพียงช่วงเวลาเดียว เหมือนลมพัดผ่านพักเดียวก็จะหาย ดีไม่ดีก็ถูกตราตรึงไว้เพียงแค่ในความทรงจำไม่นานก็จะหายไป ดังนั้นวิชาครูกับหมอจึงเป็นอาชีพที่สำคัญที่สุดครับ ท่านเชื่อผมหรือยังครับว่าท่านเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่สำคัญ ท่านเชื่อผมหรือยังครับว่าเรื่องกระบวนการเรียนรู้หมายถึงการกระตุ้น,ส่งเสริมในการใช้เครื่องมือแสวงหาความรู้ให้กับเด็ก ดูเป็น ฟังเป็นและคิดเป็น ท่านเชื่อผมหรือยังครับว่าห้องสมุดเด็กสวนดอกคูนหรือห้องสมุดวิถีใหม่สามารถกระตุ้นการอ่านเพื่อสร้างเสริมเครื่องมือในการสนใจรักการอ่านให้เด็กได้ พอเกิดอุปนิสัยรักการอ่านขึ้นมาแล้วมีจินตนาการ มันจะทำให้เขาไปพัฒนาเครื่องมือแสวงหาความรู้่อื่นๆได้ ล่าสุดเมื่อวานผมได้มีโอกาสไปมิวเซียมสยาม (Museam of Siam) เขาฉายหนังให้ดูว่า “คนไทยอ่านหนังสือเพียงแค่วันละ ๘ บรรทัด จะเอาอะไรไปสู้เขาได้” พูดถึงตรงนี้ทีไรจี้จุดอ่อนทุกทีและรู้สึกเถียงไม่ได้ทุกที

จะอธิบายว่าผมซื้อหนังสือเยอะซึ่งเป็นหนังสืออันดับต้นๆ ของเมืองขอนแก่นเลยนะ แต่ว่าผมก็อ่านหนังสือไม่ค่อยมาก เพราะผมมีสมาธิในการอ่านน้อย ก็จริงของเขาอยู่เหมือนกัน ผมถูกปลูกฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กและสร้างกระบวนการยอมรับรู้สึกรักในการอ่าน ครอบครัวผมเวลานอนจะเป็นเวลาที่สมาชิกอยู่กันพร้อมหน้า พอมีเวลาว่างก็จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเงียบๆ พ่อมุมหนึ่ง แม่มุมหนึ่ง ลูกอยู่คนละมุม ครอบครัวน้องชาย พ่อกับแม่หนังสือพิมพ์ก็ไม่เคยแตะ ข่าวก็ไม่เคยดูสนใจแต่การทำงาน ก้มหน้าก้มตาทำงานในวิชาชีพของตัวเอง จะแปลกอะไรถ้าลูกที่โตขึ้นจะรู้สึกเกลียดหนังสือ ถ้าบอกให้ไปอ่านหนังสือต้องไปบังคับให้อ่าน ถ้าลูกรู้สึกรังเกียจหนังสือมากๆ พ่อแม่จะช่วยอะไรลูกได้ถ้าบังเอิญว่าโตขึ้นมาแล้วไม่อ่านหนังสือ ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการกระตุ้นการอ่านให้กับลูก ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจที่สำคัญในการแสวงหาความรู้ และหากอยากให้เกิดการแสวงหาความรู้ด้วยการอ่านได้มันต้องเกิดขึ้นจากห้องสมุด จู่ๆจะให้รุ่นผอ.สมบัติไปรักการอ่านนั้นคงไม่ทันแล้ว รอเพียงแค่สายสะพายอย่างเดียว อาชีพครูเป็นอาชีพที่สง่างามและสวยสง่าที่สุดในบรรดาอาชีพทุกอาชีพ เพราะครูขายชีวิตที่ตนเองเป็น แล้วสร้างชีวิตใหม่ให้งอกงามขึ้นใหม่และสวยงาม ภาพเหล่านี้เทียบเท่าได้กับแม่ ถึงแม้ครูบางคนจะบอกว่าเป็นครูเพราะสอบเข้าสายอาชีพที่ชอบไม่ได้ คานธีบอกว่า “ไม่มีใครเกิดมาเพื่อทำงานอะไร แต่เมื่อได้ทำแล้ว ทำอย่างไรจึงจะทำให้ดีที่สุด” ผมก็เหมือนกัน ผมไม่มีโอกาสทำในสิ่งที่ผมชอบอีกเยอะ ผมรู้แต่ว่าผมทำอะไรอยู่และผมต้องทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง ดังนั้นการพัฒนาการอ่านต้องเริ่มตั้งแต่เด็กด้วยกระบวนการเหล่านี้เรียงลำดับไปจนถึงสุดท้าย เชื่อไหมครับว่ามันเกี่ยวข้องกันทั้งหมดไม่ใช่แค่เพียงครูบรรณารักษ์ สมาคมไทสร้างสรรค์ หรือนายกเทศมนตรีฯ

DSCF2596.jpgเดิมผมมีกำหนดการไปเปิดงานชุมชน แต่พอทราบข่าวว่ามีการฝึกอบรมเรื่องนี้จากคุณธีรวงศ์ ผมจึงตกลงมางานนี้ ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำและมาอธิบายให้คณะครูที่อยู่ที่นี่ฟัง ดังนั้นผมอยากเรียนทุกท่านด้วยประโยคสั้นๆว่า ครูมีบทบาทสำคัญจริงๆ ต่อให้ผมรู้และเก่งขนาดไหนถ้าผมไม่มีปัญญาไปสร้างเจตคติ ทัศนคติใหม่ให้กับครูได้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เพราะผมสอนเด็กไม่เป็น ขนาดสอนลูกตัวเองยังสอนไม่เป็น ต้องมอบภาระให้กับภรรยาไปสอนแทน เพราะผู้หญิงละเอียดและใกล้ชิดลูกกว่า และการสอนต้องมีวิธีที่เหมาะสม เมื่อวานไปบ้านพิพิธภัณฑ์ของ เอนก นาวิกมูล (ซึ่งเป็นนักวิชาการ นักเขียนสารคดี นักสะสมของเก่า ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ `บ้านพิพิธภัณฑ์`เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของใช้เก่าๆ ในชีวิตประจำวันของคนไทยในอดีต จำลองบรรยากาศร้านค้าประเภทต่างๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านตัดผม ร้านขายยา ร้านถ่ายรูป ร้านขายหนังสือ นำมาจัดแสดง) พอไปถึงพิพิธภัณฑ์ เปิดเข้าไป ฉากแรก ก้าวแรกที่ย่างเข้าไปเป็นร้านขายของเล่น เสียงเจี๊ยวจ๊าว ไม่รู้ไปเอาของเล่นมาจากไหน มีทั้งส่วนที่ทำไว้ขาย ,แจกด้วย ,ทำเป็นร้านขายของเล่นไว้ข้างหน้าพิพิธภัณฑ์ คุณอเนก นาวิกมูล เล่าให้ฟังว่า “ถ้าไม่เอาของเล่นมาจูงใจเด็กแล้วเด็กที่ไหนจะมาเข้าพิพิธภัณฑ์ ถ้าจะเอาแต่ข้อความและเนื้อหาคงไม่ได้ เพราะคนเหล่านี้อ่านหนังสือไม่เป็น ยังเขียน ก.ไก่ หัวไม่สวย ถ้าคุณไม่ทำอะไรจูงใจให้เขาอยากเขียนอยากอ่านจะได้หรือ” ดังนั้นพิพิธภัณฑ์เองยังต้องเอาของเล่นเด็กมาทำ กระบวนการที่จะถ่ายทอดความรู้ไปสู่เด็กจะต้องกระตุ้นให้เด็กรู้สึกสนุกก่อน ทำให้เด็กรู้สึกผูกพันธ์กับครูและรู้สึกว่าได้ความรู้ไปโดยปริยาย ไม่ใช่การเอาเนื้อหาไปยัดเยียดให้กับเด็ก ด้วยความรู้สึกขอบคุณและผูกพันธ์ขอความกรุณาคณะครูได้ช่วยกันผลักดันโครงการนี้ต่อให้ด้วย ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในระบบ

จริงอย่างที่ประธานสภาฯกล่าวผมไม่อยากให้ครูรับภาระเสียจนรู้สึกว่าเด็กโตขึ้นมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นภาระของครู ในความเป็นจริง บุคลากรทางการศึกษามีคุณค่าแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในการที่จะตอบสนองได้ว่าเด็กจะดีหรือไม่ดีในอนาคต เพราะมันเกี่ยวกับพ่อแม่ เกี่ยวกับสังคม เกี่ยวกับสิ่งที่เขาไปเจอตามการแสวงหาความรู้ตามอัธยาศัย เพราะไม่มีเรื่องของมิติเวลาและสถานที่ แต่อย่างไรก็ตามเราคงปฏิเสธไม่ได้ครับว่าเราสามารถช่วยเหลือคนบางคนให้เปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวเองได้ ด้วยกระบวนการศึกษาในระบบของเรา เพียงแค่เราเข้าใจและใส่ใจและมีทัศนคติของความเป็นครู ด้วยความภาคภูมิใจของเราเอง